ประสบการณ์รับปริญญา

posted on 22 Feb 2011 19:59 by jee-san in Journal
  4 ธันวาคม 2553
วันนี้ซ้อมย่อยที่ประสานมิตร
เราไปถึงที่มหาลัยตั้งแต่หกโมง... ยังไม่ค่อยมีใครมาเท่าไร
จนกระทั่งแปดโมงกว่า ซึ่งใกล้เวลาลงทะเบียนนั่นล่ะ เพื่อนๆเราถึงจะเริ่มมากัน(ไม่นับอุ๊ ที่มาถึงตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง เพราะต้องขับรถมาไกลจากราชบุรี)
จำไม่ได้แล้วว่ากำหนดการต้องลงทะเบียนกี่โมง รู้แต่ว่าคณะเราเหลตไปไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง (นี่คือเอกลักษณ์ของพวกเราชาวศิลปกรรมฯ)
การซ้อมวันนี้แยกเป็นคณะ
คณะของเราซ้อมที่ตึกคณะของตัวเอง บนห้องประชุมชั้น 14
อาจารย์อธิบายลำดับและข้อปฏิบัติต่างๆเรียบร้อย ก็ได้เวลาซ้อมปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่การลุกจากที่นั่ง เดินแถวขึ้นเวที รับงาน เดินลงจากเวที จนถึงกลับเข้าที่นั่ง
ของเราก็ต้องมีอาจารย์นำทาง
อาจารย์วีระมาช่วยนำทางและคอยบอกขั้นตอนต่างๆให้ตั้ง 2 รอบ ขอบพระคุณครับ
จำไม่ได้แล้วว่าซ้อมไป 3 หรือ 4 รอบ แต่มีช่วงหนึ่ง(หลังจากรอบที่ 2 ไปแล้ว) เราโดนปล่อยให้เดินเองกลางเวที(ประมาณว่าคนนำทางลืม) ทำให้เกิดการหล้าช้าด้วยล่ะ
ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
ตอนบ่ายก็สวมครุยถ่ายรูปร่วมกับอาจารย์ในคณะ เพื่อนๆ
เดินไป เดินมา(เพื่อหามุมถ่ายรูป) จนรองเท้ากัด เล่นเอาน้ำตาแทบร่วง
ไม่รู้ว่าอคติ(กับเครื่องแต่งกายที่ทำให้ดูเป็นผู้หญิง) หรือลักษณะทางกายภาพของเราไม่เหมาะกับรองเท้าส้นสูงจริงๆ ซื้อกี่คู่ ก็ใส่ไม่สบายสักคู่(แถมบางครั้งยังโดนรองเท้ากัดจนเป็นแผลด้วยล่ะ)
ยิ่งตอนเดินกลับไปขึ้นแท็กซีนี่ น้ำตาเล็ดเลย จนพ่อกับแม่ต้องพาซื้อรองเท้าใหม่ ซึ่งมีร้านนำมาขายในมหาลัยเดี๋ยวนั้น
แต่คู่ที่ซื้อใหม่ก็ยังไม่ OK อยู่ดี รองเท้าส้นสูงนี่มัน "นรกชัดๆ"
  5 ธันวาคม 2553
วันนี้ซ้อมย่อยที่องครักษ์
ได้ซ้อมในสถานที่จริง
เราก็ไปถึงแต่เช้าอีกแล้ว ออกจากบ้าน(แถวแจ้งวัฒนะ)ตั้งแต่ตีห้า
ไปถึงก็หกโมง นั่งรอจนถึงเก้าโมง ก็ไม่เจอว่ามีเพื่อนหรือนิสิตปริญญาตรีมาสักคน
สุดท้าย... ให้แม่หยิบกำหนดการมาดู ปรากฏว่า... ของนิสิตปริญญาตรีนัดลงทะเบียนตอนสิบโมง...
เราจำเวลาผิด...นะครับพี่น้อง
นี่เราตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่ยังไม่ตีสี่ รีบออกเดินทางตั้งแต่ตีห้าเพื่อ...
การซ้อมวันนี้เริ่มตั้งแต่การเดินแถวเข้าหอประชุม
ของเรา อาจารย์ให้เข้าไปนั่งรอข้างในได้เลย ไม่ต้องเดินแถว
อาจารย์บอกว่า ปกติ ถ้าเป็นคนพิการหรือไม่สะดวกในการเดิน ทางมหาลัยจะให้เข้าไปนั่งรอในหอประชุมเลย
ที่จริงเรื่องเดินแถวเราไม่มีปัญหา คือคิดว่าเดินได้หากอาจารย์อนุโลมให้ใช้คนนำทาง
แต่เรากังวลกับรองเท้า(ก็เจ้ารองเท้าส้นสูงนั่นล่ะ)มากๆ... กลัวจะทนพิษรองเท้ากัดไม่ไหว
ทางมหาลัยอนุโลมให้เข้าไปนั่งรอข้างในได้เลยแบบนี้ ก็ถือว่าดีมากสำหรับเรา
แต่...ตอนขึ้นรับนี่สิ อาจารย์ส่วนกลางจะให้เรานั่งรถเข็นขึ้นไปรับ บอกว่าเพื่อความรวดเร็ว
ไม่เวิร์กนะครับแบบนี้ เราตาบอด ไม่ได้ขาพิการหรือเดินไม่ได้สักหน่อย
ใจคอจะให้เราเป็นทั้งตาบอดและขาพิการเลยเหรอครับ
ถ้าถามความต้องการของเรา เราต้องปฏิเสธแน่นอน แต่นี่อาจารย์ส่วนกลางอ้างว่า รุ่นพี่เราที่เป็นคนตาบอดก็ต้องนั่งรถเข็นเหมือนกัน เพราะถ้าไม่อย่างงั้นจะทำให้เกิดการหล้าช้า
เราก็เลยต้องยอมตามนั้น เพราะไม่อยากมีปัญหา แต่เราก็เป็นคนเดินช้าจริงๆ... รู้ตัวอยู่ ถึงไม่อยากเรียกร้องมาก
แต่ก็...นะ ความรู้สึกตอนที่นั่งอยู่บนรถเข็นมันไม่ดีเลย(ออกแนวอับอายและตลกตัวเอง)
นอกจากถูกจัดให้นั่งรถเข็นแบบคนขาพิการ ก็ยังถูกย้ายลำดับให้รับเป็นคนสุดท้ายของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จากที่เดิมรับเป็นคนที่ 2 ของเอกดนตรีไทย(กลุ่มทั่วไป)... ห่างกันตั้งหลายสิบคน
ตอนนั่งในพิธี ก็ต้องนั่งกับเพื่อนขาพิการ ไม่ได้นั่งกับเพื่อนในเอกหรือคณะเดียวกัน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความรู้สึกเราตอนนั้นเคว้งนะ
รอบตัวมีแต่คนไม่รู้จัก(แต่ตอนหลังก็ได้ทำความรู้จักกัน) ถึงคุยกันได้ก็ไม่สนิทใจเท่าเพื่อนหรืออาจารย์ในเอก
แถมพอถึงคิวเรารับ อาจารย์ที่ดูแลเราก็ดันลืมเข็นรถให้อีก (ดีนะ ที่นี่เป็นแค่การซ้อม)
เรื่องนี้แม่กับยายเรารับไม่ได้อย่างแรง ถึงกับโทรไประบายกับอาจารย์เอกดนตรีไทย หลังจากซ้อมเสร็จ กลับถึงบ้านเรียบร้อย
ก็เลยได้รู้ว่า ทั้งอาจารย์และเพื่อนๆเอกดนตรีไทยก็ไม่เห็นด้วยที่ให้เรานั่งรถเข็นเหมือนกัน
ดีใจจริงๆ เพราะอย่างน้อยก็แสดงว่าเราไม่ได้คิดไปเอง
แถมโทรไปถามพี่โจ้ The Pianist ก็ได้รับคำตอบว่า พี่เขาไม่ได้นั่งรถเข็น แต่เดินขึ้นไปรับโดยมีอาจารย์นำทาง
รู้แบบนี้ เราก็ไม่ชอบใจอย่างแรง
แต่วันนี้ก็มีเรื่องให้ประทับใจ
อาจารย์อธิการฯมาแสดงความยินดี และซ้อมการรับงานให้เราด้วยตัวเอง ขอบพระคุณครับ
  6 ธันวาคม 2553
วันนี้ซ้อมใหญ่ที่องครักษ์
ทำเหมือนวันจริงทุกประการ
ก่อนซ้อมมีการถ่ายรูปหมู่เป็นคณะ
คณะเรา อาจารย์นัดให้พร้อมถ่ายรูปเวลา 5.45 น.
แต่ตัวอาจารย์มาเกือบแปดโมงนะครับ ได้ถ่ายรูปตอนแปดโมงกว่า (คณะอื่นนัดสายกว่า ได้ถ่ายก่อนอีก) แถมต้องยืนให้รุ่นน้องบูมหลายนาที
ตอนนั้นสวมครุยแล้วด้วย อากาศก็ร้อน แทบเป็นลมแน่ะ
ยังมีเจ้ารองเท้าส้นสูง(คู่ที่พ่อกับแม่ซื้อให้เมื่อวันซ้อมวันแรก)ที่สร้างความเจ็บปวดให้ทุกครั้งที่เก้าเท้าเดินอีก หฤโหดดีจริงๆ
ระหว่างรอเข้าหอประชุมก็ถ่ายรูปกับน้าๆ
ก่อนเข้าหอประชุม แม่กับยายไปปรึกษาอาจารย์เอกดนตรีไทย เพื่อที่จะให้เราไม่ต้องนั่งรถเข็นขึ้นรับ
ไม่รู้ว่าอาจารย์จัดการกันยังไง แต่สรุปแล้ว เราก็ได้ตามที่ขอ
อาจารย์คณะบดี(คณะบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์)มอบหมายอาจารย์เปิล(จำชื่อจริงไม่ได้)มาคอยบอกการปฏิบัติในขั้นตอนต่างๆ ตลอดทั้งนำทางตอนขึ้นรับ ขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองท่านมากครับ
อาจารย์คณะบดีย้ายชื่อเรากลับมาอยู่ลำดับเดิม(คนที่ 2 ของเอกดนตรีไทย)ให้ด้วยล่ะ
แต่หลังจากซ้อมกับอาจารย์เปิลต่างหากก่อนซ้อมเหมือนจริง อาจารย์ที่เป็นพิธีกร(ไม่รู้จักชื่อ)คงเห็นว่าเรายังเดินช้าอยู่ จะให้กลับไปรับคนสุดท้ายของคณะเหมือนตอนซ้อมวันที่ 2 ก็กลัวถูกหาว่าแบ่งแยก (แม่เราว่าอาจารย์แบบนี้จริงๆ ตอนที่รู้ว่าเราถูกจัดให้นั่งรถเข็นและต้องรับเป็นคนสุดท้ายของคณะ) ก็เลยให้รับคนสุดท้ายของเอกดนตรีไทยแทน
วันนี้ทำเหมือนวันจริงทุกอย่างจริงๆ แม้แต่การจัดสถานที่ ห้ามทุกคนเข้านั่งหรือพักตามอาคาร
การซ้อมก็เริ่มตั้งแต่การเดินแถวเข้าหอประชุม พิธีการต่างๆในหอประชุมตั้งแต่เสด็จถึง
ตอนนั่งในพิธี เราก็ยังคงต้องนั่งแยกกับเพื่อนๆ(นั่งรวมกับเพื่อนคณะอื่น ซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ต้องนั่งรถเข็นขึ้นรับ) แต่ อาจารย์เปิลนั่งอยู่ด้วยตลอด ทำให้รู้สึกอุ่นใจกว่า
พอเพื่อนๆเอกดนตรีไทยเดินมา อาจารย์ก็พาเราไปยืนต่อที่ท้ายแถว(แทรกระหว่างเพื่อนคนสุดท้ายของเอกดนตรีไทยที่เดินมา กับเพื่อนคนแรกของเอกนาฏศิลป์)และเดินไปด้วยกัน
อาจารย์ย้ำแต่ว่า ตอนขึ้นรับงานให้ทำเร็วๆ เราเลยรีบซะจนพลาดเหยียบเท้าอาจารย์ ตอนถอยออกจากจุดรับงานเต็มๆ
ขอโทษจริงๆครับอาจารย์
การซ้อมเหมือนจริงก็ผ่านไปได้ด้วยดี
  8 ธันวาคม 2553
วันนี้รับจริงที่องครักษ์
เข้าหอประชุมตั้งสิบเอ็ดโมงกว่า แต่ก็ต้องไปแต่เช้า(ไปถึงตั้งแต่หกโมงอีกแล้ว) เพราะถ้าไม่อย่างงั้นหาที่จอดรถไม่ได้
ไปกินข้าวเช้าที่นั่น เสร็จก็ถ่ายรูปกับน้าๆ และเพื่อนๆ(เฉพาะที่เจอตัวตอนนั้น) ระหว่างรอเข้าหอประชุม
พอเข้าหอประชุม ก็แยกไปนั่งกับอาจารย์เปิลสองคน(ท่ามกลางเพื่อนคณะอื่น)เหมือนเดิม
คณะศิลปกรรมศาสตร์รับเป็นคณะรองสุดท้าย ลำดับของเราก็อยู่ตั้งคนที่ 3832
นั่งนานจนแอบหลับได้หลายตื่นเลย ฮ่าฮ่า
ระหว่างนั่งอยู่ ได้ยินเสียงเพื่อน(เพื่อนคณะอื่น)ที่ขึ้นรับก่อนพูดด้วยว่า "คนละอารมณ์กับตอนซ้อมเลยว่ะ"
น่าแปลกที่เรารู้สึกไม่ต่างจากเมื่อวันซ้อมใหญ่... ออกจะตื่นเต้นน้อยกว่าด้วยซ้ำ
อาจารย์เปิลก็คอยปลอบเราไม่ให้ตื่นเต้น แต่ท่าทางอาจารย์ตื่นเต้นมากกว่าเราอีก ย้ำเราตั้งหลายครั้ง
"จี๋! เวลารับงาน อย่าให้หลุดมือนะ"
"จี๋! ไม่ต้องสนใจว่าท่ารับงานจะถูกหรือเปล่า อย่าให้หลุดมือ เท่านั้นพอ"
โห! อาจารย์ย้ำซะจนเราจะตื่นเต้นไปด้วย
ตอนขึ้นรับ ไม่รู้ว่าเราเดินหรือทำอะไรผิดจังหวะตอนไหนสิ
ทั้งที่ก้าวเท้าพร้อมอาจารย์ทุกก้าว(บางก้าวเกือบจะนำด้วยซ้ำ) แต่ก็ยังเข้ายืนที่จุดถวายความเคารพช้า
อาจารย์คณะบดีเลยต้องอ่านเว้นช่วงให้
ตอนเข้าไปรับก็แทบวิ่ง... เหมือนจะเข้าไม่ถึงจุดรับงานด้วยล่ะ
เพราะมีความรู้สึกว่า อาจารย์จับแขนเราดึงยื่นออกไปไกลมาก เราต้องโน้มตัวไปข้างหน้าจนเกือบขนานกับพื้น
และในที่สุด เราก็ได้ใบปริญญามาอยู่ในมือ ไม่ทำหลุดมือเหมือนที่อาจารย์กลัวด้วยล่ะ
พอครบทุกคณะก็กล่าวคำปฏิญาณ
สมเด็จพระเทพฯพระราชทานพระราโชวาท... เป็นอันเสร็จพิธี
ก่อนกลับก็ถ่ายรูปกับใบปริญญาอีกหน่อย หลังจากถ่ายกับดอกไม้บ้าง มือเปล่าบ้าง ไปแล้วหลายรูป
อยากถ่ายกับเพื่อนๆ แต่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงไหนกัน
เหนื่อยมากกับทั้งสี่วัน แต่ก็เป็นสี่วันที่เรารู้สึกภูมิใจมากที่สุด

Comment

Comment:

Tweet

เสียดายจังเลย ที่ไม่มีโอกาสได้ไปเจอ

ยินดีด้วยมากๆเลยนะน้องจี๋ cry cry cry

#7 By ::masa:: on 2011-05-17 12:42

มาตอบเรื่องคลิปสัมภาษณ์ป๋าคาเงะที่คุณนิลถามค่ะbig smile
ว่าเป็นคลิปสัมภาษณ์สดคาเงยามะในงานไทยแลนด์เกมโชว์ 2011
วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 เวลาเที่ยงก่อนงานคอนเสิร์ตแจมโปรเจ็คจะเร­ิ่มแสดงในเวลา 6 โมงเย็น
ผู้สัมภาษณ์คือคุณอากิค่ะ
จริงๆแล้วอยากถ่ายสัมภาษณ์ของทุกคนเลยแต่แบตกล้องเราดันหมดค่ะ เสียดายมากๆ
อ่อได้ข่าวมาน่ะค่ะว่าคุณฟุคุยาม่าจะมาไทยในอีกสามเดือนข้างหน้าพร้อมแขกรับเชิญอีกคนซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใครแล้วการมาครั้งนี้จะมาร้องในคอนเสิร์ตอนิเมโนะลิมิตสามค่ะ ข่าวมาจากคุณหนุ่ยวันที่สัมภาษณ์เปิดตัวหนังสือของเค้าค่ะ big smile

#6 By amchan on 2011-02-26 02:49

ไม่เอารูปรับปริญญามาให้ชมมั่ง
ยินดีด้วยเก่งจัง

confused smile confused smile confused smile

#5 By ปิยะ99 on 2011-02-24 20:22

ยินดีด้วยนะคะ^^~

#4 By PraiNew on 2011-02-23 12:31

ยินดีด้วย

#3 By ตถตา on 2011-02-23 11:30

ยินดีด้วยครับ
ภูมิใจไปกับน้องด้วยจริงๆครับ big smile

#2 By 40reborn on 2011-02-22 23:48

ยินดีด้วยนะครับ
big smile

#1 By raycircle on 2011-02-22 20:51